การประกอบสร้างวาทกรรม “เกาะเสม็ด” กับกลุ่มเกย์ ผ่านภูมิทัศน์สื่อสังคมออนไลน์

 |  Gender and Queer Anthropology
ผู้เข้าชม : 2848

การประกอบสร้างวาทกรรม “เกาะเสม็ด” กับกลุ่มเกย์ ผ่านภูมิทัศน์สื่อสังคมออนไลน์

บทนำ

           พื้นที่ไม่เคยเป็นเพียงพิกัดบนแผนที่ แต่เป็นสนามของการประกอบสร้างและช่วงชิงความหมายทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ อยู่เสมอ “เกาะเสม็ด” อุทยานแห่งชาติทางทะเลของไทย จึงเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ถูกนิยามความหมายทับซ้อนกันหลายมิติ และถูกประกอบสร้างความหมายใหม่ผ่านภูมิทัศน์ของสื่อสังคมออนไลน์ ให้กลายเป็นพื้นที่เฉพาะทางวัฒนธรรมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มชายรักชายหรือเกย์ นอกจากนี้ ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการสื่อสารและการผลิตความหมายในสังคมร่วมสมัย สถานที่ทางกายภาพต่าง ๆ มิได้ดำรงอยู่เพียงในมิติของพื้นที่จริงอีกต่อไป แต่ยังถูกประกอบสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องในโลกดิจิทัล ผ่านภาพถ่าย คลิปวิดีโอ บทความ และการสนทนาออนไลน์ที่หมุนเวียนอยู่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อการสร้างอัตลักษณ์และความหมายของสถานที่ในระดับที่ลึกและซับซ้อนกว่าที่เคยเป็นมา บทความนี้จึงต้องการทบทวนวาทกรรม (Discourse Review) เพื่อมุ่งทำความเข้าใจพลวัตของการประกอบสร้างความหมายของวาทกรรมเกาะเสม็ดที่ถูกสร้างและนิยามว่าเป็น “พื้นที่รวมตัวของเกย์” โดยวิเคราะห์ผ่านกลไกของสื่อสังคมออนไลน์ 5 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Facebook, Instagram, X (Twitter), YouTube และ TikTok รวมถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีคุณลักษณะเฉพาะในการสื่อสารที่แตกต่างกัน ทั้งในรูปแบบของข้อความ คำพูด ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว รวมถึงสร้างการรับรู้ต่อเกาะเสม็ดในฐานะหมุดหมายสำคัญของอัตลักษณ์ทางเพศสภาพในสังคมร่วมสมัยได้อย่างไร


ร่องรอยวาทกรรมเกี่ยวกับเกาะเสม็ดที่ปรากฏ

           จากการทบทวนวาทกรรม เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ 5 แพลตฟอร์มหลักและแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง สามารถระบุวาทกรรมที่ปรากฏเกี่ยวกับเกาะเสม็ดในความสัมพันธ์กับกลุ่มเกย์ได้ดังนี้

           (1) Vagaytion, Gay-friendly and Gay friendship: จุดหมายปลายทางของการพักผ่อนและสร้างมิตรภาพสำหรับกลุ่มเกย์

           ประเทศไทยมักถูกสื่อระดับสากลนำเสนอว่าเป็น “สวรรค์ของชาวเกย์” (Gay Paradise) (Veilleux, 2021) เนื่องจากมีสถานบันเทิงยามราตรีและแหล่งท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการแสวงหาความสุขและการพักผ่อน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ภาพลักษณ์นี้ทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวของกลุ่มเกย์ หรือที่เรียกว่า “Vagaytion” (Vacation + Gay) และถูกอธิบายว่าเป็นประเทศที่มีความเป็นมิตรต่อกลุ่มเกย์ (gay-friendly) อย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา และจากจุดเริ่มต้นในกรุงเทพฯ ได้ขยายแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับเกย์ไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต รวมถึงเกาะเสม็ด ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีหาดทรายที่ลาดเอียงอย่างเหมาะสม ไม่มีโขดหินอันตราย จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมทางทะเล ซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกย์จำนวนมากเดินทางมาเยือน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว การเติบโตของการท่องเที่ยวดังกล่าวส่งผลให้เกาะเสม็ดมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เช่น “ซิลเวอร์แซนด์บาร์” ซึ่งกลายเป็นจุดนัดพบสำคัญของนักท่องเที่ยวเกย์ บาร์แห่งนี้มีบทบาทในการสร้างบรรยากาศผ่านดนตรีและกิจกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเกย์ จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มีฐานะดี และกลุ่มอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มักเดินทางมาเป็นประจำทุกปี (ชานันท์ ยอดหงษ์, 2018) นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะคลิป VLOG ของอินฟลูเอนเซอร์เกย์ ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพแทนของเกาะเสม็ด โดยเนื้อหามักนำเสนอไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง การพักผ่อนในโรงแรม การปาร์ตี้ การรับประทานอาหาร การถ่ายภาพริมชายหาด และการทำกิจกรรมทางทะเล ซึ่งภาพเหล่านี้มักเสนอผ่านการรวมกลุ่มของเพื่อน การสร้างมิตรภาพใหม่ และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เช่น การชวนกันถ่ายรูป เล่นน้ำ เต้นรำ หรือสังสรรค์ร่วมกัน ทั้งในพื้นที่สาธารณะและในห้องพัก การนำเสนอภาพของการรวมกลุ่มที่ไม่ตายตัว และการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มเพื่อน จึงทำให้เกาะเสม็ดถูกสร้างความหมายให้เป็นพื้นที่แห่งการสร้างมิตรภาพ และการเชื่อมโยงปัจเจกชนเข้ากับชุมชนเกย์ในวงกว้าง พร้อมกันนั้น การผลิตซ้ำภาพบรรยากาศที่เป็นมิตรกับเกย์อย่างต่อเนื่องในสื่อ ก็ยิ่งตอกย้ำให้เกาะเสม็ดกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวเกย์มากยิ่งขึ้น

           
           (2) เกาะเก้ง(เกย์)พิสดาร: เกาะสวรรค์ของชาวเกย์กับการล้อเลียนเชิงวรรณกรรม

           “เกาะเก้งพิสดาร” ถือเป็นปรากฏการณ์ทางภาษาที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งบนภูมิทัศน์สื่อสังคมออนไลน์ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการล้อเลียน และการอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างตัวบท จากวรรณคดีชิ้นเอกของไทยเรื่องพระอภัยมณี ที่กล่าวถึงเกาะของพระฤๅษีผู้วิเศษพำนักอยู่ซึ่งชื่อ “เกาะแก้วพิสดาร” ว่า “...แต่โยคีมีมนต์อยู่ตนหนึ่ง อายุถึงพันเศษถือเพทไสย อยู่เกาะแก้วพิสดารสำราญใจ กินลูกไม้เผือกมันพรรณผลา...” (สุนทรโวหาร, พระยา, 2507) โดยคนไทยจำนวนมากมักเรียกเกาะเสม็ดว่า “เกาะแก้วพิสดาร” เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่า วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีนั้นใช้เกาะเสม็ดเป็นฉากในเรื่อง ซึ่งมีที่มาจากการที่สุนทรภู่เคยเดินทางไปยังเมืองแกลง จังหวัดระยอง ตามที่ปรากฏในนิราศเมืองแกลง (Wikipedia, 2568) จึงมีการสันนิษฐานว่าสุนทรภู่น่าจะนำประสบการณ์จากการเดินทางไปจังหวัดระยองมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องพระอภัยมณีด้วย อย่างไรก็ตาม กาญจนาคพันธุ์ (ขุนวิจิตรมาตรา) ได้เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 ว่า ฉากส่วนใหญ่ในเรื่องพระอภัยมณีไม่ได้อยู่ในทะเลอ่าวไทย แต่ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลอันดามัน ดังนั้น “เกาะแก้วพิสดาร” จึงไม่น่าจะใช่เกาะเสม็ด หากแต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นหมู่เกาะนิโคบาร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน ใกล้กับบริเวณเกาะสุมาตราและเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซีย (สุจิตต์ วงษ์เทศ, 2023, 2568) ส่วนที่มาของการเรียกเกย์ว่า “เก้ง” นั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานในสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ Pantip และ Dek-D ว่า อาจมาจากการที่กลุ่ม LGBTQ+ เรียกผู้หญิงว่า “ชะนี” จึงมีการโต้ตอบโดยเรียกเกย์ว่า “เก้ง” หรือ “กวาง” เนื่องจากสัตว์ทั้งสองชนิดอาศัยอยู่ในป่าเช่นเดียวกัน อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งมองว่า เก้งหรือกวางมีลักษณะท่าทางสง่างาม คล้ายบุคลิกภาพที่ถูกเหมารวมกับเกย์ หรืออาจเป็นคำแผลงมาจากคำว่า “เกย์” รวมถึงมีการอธิบายเชิงชีววิทยาว่าสัตว์ตระกูลกวางบางชนิดมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ จึงถูกนำมาใช้เรียกเกย์ในภาษาไทย เมื่อรวมกระบวนการทางภาษาและวัฒนธรรมดังกล่าว ชุมชนเกย์ไทยจึงเรียกเกาะเสม็ดว่า “เกาะเก้งพิสดาร” โดยเปลี่ยนคำว่า “แก้ว” เป็น “เก้ง” ซึ่งเป็นภาษาสแลงที่ใช้เรียกเกย์ และคำนี้ได้ถูกใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่องในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในรูปแบบ แฮชแท็ก (#) ควบคู่กับคำว่าเกาะเสม็ด การใช้คำซ้ำอย่างต่อเนื่องเช่นนี้มีส่วนสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดในฐานะ “เกาะเก้ง(เกย์)พิสดาร” และค่อย ๆ สร้างความหมายใหม่ให้กับพื้นที่ในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ทางเพศในโลกออนไลน์และโลกสังคมจริงไปพร้อมกัน


           (3) เกาะสวาทหาดสวรรค์: การตามหาความรักและความสัมพันธ์ทางเพศ

           วลีที่ใช้แทนภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดอย่างชัดเจนคือ “ไปเกาะเสม็ดเสร็จทุกราย” ซึ่งเป็นการเล่นคำระหว่าง “เสม็ด” กับ “เสร็จ” และสะท้อนวัฒนธรรมการท่องเที่ยวชายทะเลที่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่แห่งความโรแมนติก การพักผ่อน และความสัมพันธ์เชิงชู้สาว สภาพแวดล้อมของชายหาดที่สวยงามเปิดโอกาสให้ผู้คนแต่งกายที่เน้นการแสดงเรือนร่าง ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเองก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ในชีวิตประจำวัน จึงเอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์ใหม่และการแสวงหาความสุขทางอารมณ์และความปรารถนา โดยในอดีต วลีนี้มักถูกใช้ในเชิงหยอกล้อหรือเสียดสีในบริบทของความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศ โดยสื่อถึงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงในช่วงการท่องเที่ยว (รัชดา, 2558) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน วลีนี้ได้ถูกนำมาใช้ใหม่ในบริบทของชุมชนเกย์ โดยเฉพาะผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการสร้างความหมายใหม่ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางเพศและวัฒนธรรมร่วมสมัยของกลุ่มเกย์ ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพความคาดหวังเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ทางเพศ ตัวอย่างเช่น การ โพสต์ภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวหรือภาพเรือนร่างของตนเองบนแพลตฟอร์มอย่าง X, Facebook และ Instagram พร้อมคำบรรยายในลักษณะชวนตีความ เช่น “มาเสม็ด อยากเสร็จแล้ว” หรือ “เสม็ด ไม่เคยเสร็จ” ซึ่งสะท้อนทั้งอารมณ์ขัน การสื่อสารเชิงนัยยะ และความคาดหวังต่อประสบการณ์ความสัมพันธ์ นอกจากนี้ คลิป VLOG ของอินฟลูเอนเซอร์เกย์บน YouTube มักนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตามหาความรัก การพบปะผู้คนใหม่ ๆ รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์และรสนิยมส่วนบุคคล เช่น การถามถึงสเปคที่ชอบ หรือคำแนะนำเชิงขำขันอย่าง “ไม้แรกอย่าเลือก” ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการเลือกคู่สัมพันธ์ในบริบทของการท่องเที่ยว และอีกปัจจัยสำคัญคือการใช้แอปพลิเคชันหาคู่ เช่น Grindr และ Tinder ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถติดต่อ นัดพบ และสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบระบุตำแหน่ง การใช้งานแอปเหล่านี้ร่วมกับการท่องเที่ยว ทำให้เกาะเสม็ดกลายเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์ระยะสั้น หรือความรักในช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวได้ง่ายยิ่งขึ้น และกลายเป็น “เกาะสวาทหาดสวรรค์” สำหรับเกย์ในการตามหาความรักและความสัมพันธ์ทั้งรูปแบบชั่วคราวและระยะยาว


           (4) เกาะราคะ มั่ว Sex การแพร่เชื้อ และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: การตีตรา เหมารวมและอคติ

           จากวาทกรรมเกาะสวาทหาดสวรรค์ยังปรากฏวาทกรรมเชิงลบที่สร้างภาพของเกาะเสม็ดในอีกด้านหนึ่ง โดยเฉพาะวาทกรรมที่เชื่อมโยงเกาะเสม็ดกับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด การมั่วเซ็กซ์ ยาเสพติด ตลอดจนการแพร่เชื้อ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการท่องเที่ยวที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านสื่อออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น กระทู้ในเว็บไซต์ Pantip ว่า “เกาะเสม็ด เกาะราคะ?” หรือโพสต์ลักษณะเตือนภัยและการท่องเที่ยวในเชิงปัญหาสังคมใน Facebook ว่า “ร่องรอยมั่วเซ็กซ์ ของบรรดาเก้งเกาะเสม็ด หลังชุมนุมรวมตัวกันนับร้อย สภาพนี้หรอจะให้คนชื่นชมภาพลักษณ์” พร้อมทั้งโพสต์รูปภาพโขดหินที่มีซากถุงยางใช้แล้ววางเกลื่อนไปทั่วบริเวณ รวมถึงยังมีคอมเมนต์เชิงศีลธรรมในสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวด้วยว่า “ถ้าเยกันแล้วเก็บขยะ ไม่เป็นภาระคนอื่นหรือ ภาพลักษณ์เสีย มันก็ไม่มีใครว่าหรอก ถ้ารักในการนัดเย ก็ควรรักษ์ธรรมชาติด้วย” หรือ “แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แลกเชื้อเอดส์  ” โดยการเชื่อมโยงดังกล่าวมาจากการรับรู้ทางสังคมเกี่ยวกับการเข้ามาของโรคเอดส์ในสังคมไทยซึ่งพบผู้ป่วยชายไทยที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เคยมีประวัติใช้สารเสพติดและเป็นชายรักร่วมเพศ รวมถึงยังเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับชาวไทยเป็นจำนวนมากและสร้างความตื่นตระหนกต่อสังคมไทย นอกจากนี้สื่อมวลชนกระแสหลักยังได้เสนอข่าวที่มีการผูกโยงเรื่องเพศกับโรคเอดส์ในลักษณะที่ว่า “กลุ่มคนรักร่วมเพศเป็นต้นตอของโรคเอดส์” จนนำไปสู่การเกิดอคติและภาพจำเชิงลบต่อกลุ่มเกย์ (Dangtongdee, 2024) นอกจากนี้ ในสื่อสังคมออนไลน์ยังมีการเชื่อมโยงปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้ากับนักท่องเที่ยวเกย์และวัฒนธรรมปาร์ตี้บนเกาะเสม็ดอย่างชัดเจน กล่าวคือ เมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวเกย์จำนวนมากในช่วงเทศกาลหรือปาร์ตี้ต่าง ๆ ก็มักเกิดการเล่าต่อกันในโลกออนไลน์เกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ในพื้นที่สาธารณะตามโขดหิน ชายหาด หรือพื้นที่ลับตาคน และมักมีการเผยแพร่ภาพถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งไว้ตามพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งถูกเผยแพร่ซ้ำ ๆ ในสื่อออนไลน์ และยิ่งตอกย้ำความเชื่อของคนบางกลุ่มว่า นักท่องเที่ยวเกย์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ่งแวดล้อมบนเกาะเสม็ดเสื่อมโทรมอีกด้วย


           (5) เทศกาลกินปูดูเก้งกับร่างกาย ความงาม และพื้นที่ของเกย์วัยทำงาน: การเสพสุขความเป็นชายที่เกย์สร้าง การลงทุน และการบริโภค

           ภาพจำที่สำคัญอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับ เกาะเสม็ด คือภาพของ “เรือนร่าง” โดยเฉพาะร่างกายผู้ชาย ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายชายหาด ภาพใส่ชุดว่ายน้ำ หรือภาพถ่ายแนวอวดรูปร่าง เช่น กล้าม ซิกแพค ผิวแทน การใส่กางเกงว่ายน้ำ และการถ่ายรูปโชว์รูปร่างริมทะเล ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่จำนวนมากในแพลตฟอร์มอย่าง Instagram, X หรือ TikTok จนกลายเป็นภาพจำของการไปเที่ยวเกาะเสม็ดในกลุ่มเกย์ ซึ่งปรากฏการณ์การอวดเรือนร่างบนสื่อสังคมออนไลน์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกส่วนบุคคลเท่านั้น แต่สะท้อนวัฒนธรรมของ “การเสพและการสร้างความเป็นชาย” ในวัฒนธรรมเกย์สมัยใหม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบทุนนิยม วัฒนธรรมบริโภคนิยม และอุตสาหกรรมความงามและฟิตเนส กล่าวคือ ร่างกายไม่ได้เป็นเพียงสิ่งตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ต้องสร้าง ต้องดูแล ต้องฝึกฝน และต้องลงทุน เพื่อให้ตรงกับมาตรฐานความงามที่สังคมเกย์ให้คุณค่า เช่น หุ่นนักกีฬา มีกล้ามเนื้อ ผิวแทน และบุคลิกที่ดูแมน ร่างกายในลักษณะนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใน “ตลาดความปรารถนา” ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ เมื่อเกาะเสม็ดถูกสร้างให้เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวของเกย์ พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นเสมือนเวทีสำหรับการแสดง “ทุนของความเป็นชาย” (masculine capital) กล่าวคือ ผู้คนไม่ได้ไปเพียงเพื่อพักผ่อน แต่ไปเพื่อแสดงตัวตน แสดงร่างกาย และสร้างการยอมรับในสังคม หรือการไปเที่ยวเกาะในลักษณะที่บางครั้งถูกเรียกว่า “เกย์หมู่เกาะ” ซึ่งไม่ใช่เพียงการไปทะเล แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมที่มีบรรทัดฐานบางอย่างเกี่ยวกับรูปร่าง ฐานะ และไลฟ์สไตล์ (นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ, 2019; Kulkul, 2025) ดังนั้น “กินปูดูเก้ง” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการไปกินอาหารทะเลเท่านั้น แต่หมายถึงการไปดูผู้ชาย ดูรูปร่าง ดูความหล่อ และในขณะเดียวกันก็ไปนำเสนอร่างกายของตนเองให้ผู้อื่นมองด้วย พื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะเสม็ดจึงเป็นทั้งพื้นที่ของการมองและการถูกมอง เป็นพื้นที่ที่ร่างกายกลายเป็นศูนย์กลางของการสร้างตัวตนและความสัมพันธ์ทางสังคม อย่างไรก็ตาม วาทกรรมกินปูดูเก้งไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงเรื่องร่างกายและความงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการบริโภคและไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน โดยในสื่อสังคมออนไลน์มักมีการพูดถึง เกาะเสม็ด ว่าเป็นพื้นที่ของเกย์วัยทำงาน เกย์มีเงิน เกย์สายเที่ยว รวมถึงกลุ่มอาชีพอย่างลูกเรือ พนักงานบริษัท และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภาพแทนเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการไปเที่ยวเกาะเสม็ดไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียม แต่ต้องอาศัยทรัพยากรบางประการ ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการลางานหรือวันหยุด เงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยวและปาร์ตี้ ตลอดจนเครือข่ายสังคมที่ชวนกันเดินทาง ดังนั้น เกาะเสม็ดจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ของการบริโภคและการแสดงสถานะทางสังคมในหมู่ชนชั้นกลางและชนชั้นกลางระดับบนของชุมชนเกย์อีกด้วย


บทสรุป

           บทความนี้แสดงให้เห็นว่า เกาะเสม็ด มิได้เป็นเพียงพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกประกอบสร้างความหมายทางสังคมและวัฒนธรรมผ่านภูมิทัศน์ของสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จนถูกนิยามให้เป็นพื้นที่ของกลุ่มเกย์ในจินตนาการร่วมของผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ในเบื้องต้นที่มุ่งทบทวนวาทกรรมที่ปรากฏในสื่อออนไลน์เท่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ครอบคลุมประสบการณ์ของผู้คนในพื้นที่จริง ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ดังนั้นจึงเป็นประเด็นการวิจัยในอนาคตที่สำคัญของผู้เขียนในการขยายการศึกษาไปสู่การเก็บข้อมูลเชิงภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงการวิเคราะห์อัลกอริทึมและเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่จริงกับพื้นที่ในสื่อออนไลน์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว เกาะเสม็ดเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม มากกว่าภาพแทนของปาร์ตี้ เซ็กซ์ หรือไลฟ์สไตล์เกย์ที่สื่อสังคมออนไลน์มักนำเสนอ และการทำความเข้าใจความซับซ้อนดังกล่าวจะช่วยให้เห็นพลวัตของพื้นที่ท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ทางสังคมได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น


รายการอ้างอิง

ชานันท์ ยอดหงษ์. (2018). LGBT Tourism: Thailand as a vagaytion. https://tatreviewmagazine.com/article/vagaytion/

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2019). การแผ่ขยายตัวของ “การเสพและสร้างความเป็นชาย” ในชุมชนเกย์ไทยสมัยใหม่จากทศวรรษ 2500-2550. วารสารมานุษยวิทยา, 1(2), 129–182. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/227231

รัชดา ธราภาค. (2558). ศุกร์กับเซ็กส์ : “เสม็ดเสร็จทุกราย” รู้ทันเซ็กส์ เท่าทันตัวเอง. https://www.komchadluek.net/news/214746

สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2023). เกาะแก้วพิสดาร อยู่ทะเลอันดามัน ตอนใต้ ไปทางสุมาตรา, ชวา มหาสมุทรอินเดีย ไม่ใช่เกาะเสม็ด อ่าวไทย. https://www.matichon.co.th/uncategorized/news_186370

_______. (2568). เกาะแก้วพิสดาร ไม่ใช่เกาะเสม็ดอย่างที่คิด แต่เป็นเกาะในทะเลอันดามัน. https://www.silpa-mag.com/culture/article_20089

สุนทรโวหาร, พระยา. (2507). พระอภัยมณี คำกลอนของสุนทรภู่. ศิลปาบรรณาคาร.

Dangtongdee, T. (2024). ‘กุลเกย์’ คืออะไร? ทำไมครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ‘เกย์ไทย’ ถึงเคยเกิดวาทกรรมนี้. https://thematter.co/social/kulgay-discourse/235757

Kulkul. (2025). เกย์หมู่เกาะ – ประชากรชั่วคราวกลุ่มใหญ่บนเกาะเก้งพิสดาร เกย์ที่อยู่มานานก่อนการอุบัติขึ้นของเกย์ทุกสปีชีส์. https://shorturl.at/Kf1B2

Veilleux, A. (2021). LGBTQ Tourism in Thailand in the Light of Glocalization. Capitalism, Local Policies, and Impacts on the Thai LGBTQ Community. FrancoAngeli.

Wikipedia. (2568). นิราศเมืองแกลง. https://shorturl.at/zyYoO


ผู้เขียน
ณัฐดนนท์ ใบยา
นิสิตสาขารัฐประศาสนศาสตร์
ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


 

ป้ายกำกับ วาทกรรม เกาะเสม็ด กลุ่มเกย์ ภูมิทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ ณัฐดนนท์ ใบยา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Share
Facebook Messenger Icon คลิกที่นี่เพื่อสนทนา