เมื่อผู้รับควันไม่มีทางเลือก: การเมืองเรื่องร่างกายในพื้นที่สาธารณะ When Non-Smokers Have No Choice: The Body Politics of Secondhand Smoke in Public Space
บทนำ
ในสังคมไทย การสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในตลาดสด ป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางหรือแม้กระทั่งโรงพยาบาล ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นได้ทุกวัน ทุกช่วงเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “พื้นที่สาธารณะ” เป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมายไทย (กรมควบคุมโรค, ม.ป.ป) เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้อื่นและคนรอบข้างจาก “ควันบุหรี่มือสอง” (Secondhand smoke) ซึ่งเป็นควันในรูปของฝุ่นละออง หมอกควัน และก๊าซจากการเผาไหม้ของสารเคมีเล็ก ๆ ในบุหรี่ นิโคติน และสารน้ำมันดิน (TAR) มีสารก่อมะเร็งมากกว่า 60 ชนิด และสารอื่น ๆ มีหลักฐานที่ยืนยันว่าควันบุหรี่มือสองเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงและอาจรุนแรงถึงแก่ชีวิต (องค์กรการวิจัยด้านมะเร็งแห่งชาติ, 2550 อ้างถึงใน สมบัติ ทานะสุข, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และชฎาภา ประเสริฐทรง, 2563) โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ในมาตรา 28 กล่าวว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย” (สถาบันนิติธรรมาลัย, 2569) แต่สิทธิในลมหายใจที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์กลับถูกแทรกแซงด้วยควันบุหรี่ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
บทความนี้จะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและอำนาจของผู้ที่สูบบุหรี่และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะโดยที่ไม่สมัครใจ โดยใช้แนวคิด Body Politics ในการวิเคราะห์ว่า “ร่างกาย” ไม่เคยเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของการกำกับและควบคุมโดยโครงสร้างทางสังคม
Body Politics: เมื่อร่างกายไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
แนวคิด Body Politics เป็นแนวคิดที่มองว่า “ร่างกาย“ ไม่ได้เพียงร่างทางชีวภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกสอดส่อง กำกับควบคุมและต่อรองผ่านอำนาจทางสังคม เช่น กฎหมาย บรรทัดฐาน วัฒนธรรม รวมไปถึงอำนาจรัฐ ตั้งแต่มีชีวิตจนเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเจริญพันธุ์ การศึกษา การทำงาน ช่วงเวลาว่าง การเจ็บป่วย นอกจากนี้ ร่างกายยังเป็นพื้นที่ในการต่อสู้ เพื่อแย่งชิงสิทธิเหนือร่างกายตนเอง จากการถูกกดขี่ทางสถาบันหรือโครงสร้าง ซึ่งการเมืองเรื่องร่างกายนี้ได้เข้าไปควบคุมประชากรหรือร่างทางสังคม และสร้างวินัยให้กับร่างของปัจเจก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม (นัฐวุฒิ สิงห์กุล, 2561) การได้รับควันบุหรี่มือสองในพื้นที่สาธารณะโดยไม่สมัครใจ ที่ถึงแม้ลมหายใจจะเป็นของเราแต่อากาศที่เรารับเข้าไปนั้นกลับเป็นมลพิษที่เราไม่ต้องการ และถึงแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่ก็ยังคงมีผู้ฝ่าฝืนเพราะการบังคับใช้ที่ไม่เข้มงวด และบทลงโทษที่ไม่สามารถทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัวได้ ร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการกำกับดูแลและควบคุมในอาณาบริเวณของรัฐ
ควันบุหรี่มือสองในพื้นที่สาธารณะ
บุหรี่เป็นยาสูบชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยสารพิษหลายชนิด โดยเฉพาะสารก่อมะเร็ง สำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในสังคมไทยปี พ.ศ. 2567 ของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีผู้สูบบุหรี่จำนวน 9.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.5 มีผู้สูบบุหรี่ทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 13.7 และผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ทุกวัน ร้อยละ 2.8 และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่า ช่วงอายุที่มีการสูบบุหรี่สูงสุดคือ 25-44 ปี คิดเป็นร้อยละ 20.1 รองลงมาคือช่วงอายุ 45-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 19.7 ช่วงอายุ 20-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.2 และช่วงอายุ 15-19 ปี คิดเป็นร้อยละ 5.3
ควันบุหรี่มือสอง (Secondhand smoke) คือควันบุหรี่ในรูปของละออง หมอกควันและก๊าซที่ผู้สูบพ่นออกมาทางลมหายใจ ซึ่งเผาไหม้โดยไม่ผ่านตัวกรองสารพิษใด ๆ ประกอบไปด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด โดยมีนิโคติน สารน้ำมันดิน (TAR) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ทำลายอวัยวะของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่เช่นเดียวกับผู้ที่สูบบุหรี่ โดยควันบุหรี่มือสองนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตในทุกเพศและทุกวัย (องค์กรการวิจัยด้านมะเร็งระหว่างชาติ, 2550 อ้างใน สมบัติ ทานะสุข, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และชฎาภา ประเสริฐทรง, 2563)
พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 หมวด 5 ว่าด้วยการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ มาตรา 42 บัญญัติว่า “ห้ามผู้ใดสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่” ซึ่งพื้นที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นสถานที่ที่ถูกกำหนดให้เป็น “เขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด” โดยพื้นที่สาธารณะ หมายถึงพื้นที่ที่ผู้คนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด โดยเจนณรงค์ ซาก้า อดีตสถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้คำจำกัดความของพื้นที่สาธารณะว่า ต้องเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปใช้งานได้ มีความปลอดภัย และต้องเดินทางสะดวก (ไทยรัฐ, 2565) ซึ่งบทลงโทษของการสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ คือปรับไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบุหรี่ แต่แม้จะมีกฎหมายเอาผิดแล้วก็ยังพบว่ามีการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะอยู่ สำนักข่าวรายงานว่า มีการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะแม้มีกฎหมายเอาผิด นายตรวจรถโดยสารเขต 8 ระบุว่า พบเห็นผู้สูบบุหรี่ที่ป้ายหยุดรถประจำทางเป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มาใช้บริการรถประจำทาง จนมีการออกมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งพนักงานระบุว่าผู้สูบบุหรี่มักไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้ว่าจะมีป้ายเตือนหรือประกาศเสียงตามสายก็ตาม (Thai PBS, 2567)
พื้นที่สาธารณะ: พื้นที่ต่อรองอำนาจผ่านร่างกาย
การสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายซึ่งมีบทลงโทษคือปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ก็พบว่ามีการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะของชุมชน เช่น ป้ายหยุดรถประจำทาง ตลาดสด ร้านอาหาร ทั้งได้รับควันบุหรี่โดยตรงหรือการพบเห็นก้นบุหรี่ในพื้นที่นั้น ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้บุคคลสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ คือ การเสพติดสารนิโคติน หากผู้ที่สูบบุหรี่ขาดสารนี้จะทำให้รู้สึกหงุดหงิด วิตกกังวล และต้องการสารนิโคตินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องสูบบุหรี่ทันทีเมื่อมีโอกาส แม้กระทั่งในพื้นที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่ห้ามสูบ สาเหตุถัดมา คือความเคยชินและความเข้าใจผิด ผู้สูบบุหรี่บางคนอาจมองว่า พื้นที่โล่งจะทำให้ควันกระจายตัวได้เร็ว หรือไม่ได้ตระหนักว่าควันบุหรี่มือสองจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น รวมไปถึงการเข้าใจผิดในเรื่องของสิทธิ บางคนเชื่อว่าการสูบบุหรี่ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ แม้แต่ในพื้นที่สาธารณะ
เมื่อกฎหมายไม่สามารถเอาผิดกับผู้ก่อให้เกิดควันได้ ผู้ที่ได้รับควันโดยไม่สมัครใจจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดูแลและปกป้องตนเอง โดยพฤติกรรมของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะส่วนมากจะมีการหลีกเลี่ยงการได้รับควันบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะเพื่อปกป้องสิทธิตนเอง โดยการเดินเลี่ยง หรือไม่เข้าไปอยูในสถานที่ที่มีผู้สูบบุหรี่อยู่ แต่มีจำนวนเพียงเล็กน้อยที่แสดงท่าทีไม่พอใจต่อผู้สูบบุหรี่อย่างชัดเจนหรือการร้องขอให้ผู้สูบบุหรี่หยุดสูบบุหรี่ ซึ่งสาเหตุสำคัญคือ ความเกรงใจ ไม่กล้าพูด และการไม่มี “อำนาจ” หน้าที่ในการกล่าวตักเตือน
การที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าไปตักเตือนผู้ที่สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ แต่เลือกแก้ปัญหาที่ตัวเอง มักเกิดจากความกลัวการเผชิญหน้าและความรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนกลัวว่าถ้าหากเข้าไปเตือนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือการใช้กำลังเกิดขึ้น การที่คนคิดว่าการเข้าไปตักเตือนผู้กระทำผิดไม่ใช่หน้าที่ของประชาชนที่ต้องจัดการกันเอง แต่เป็นหน้าที่ของ “กฎหมาย” ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจนผู้กระทำผิดเกรงกลัวและไม่กล้าที่จะกระทำผิด นอกจากนี้มารยาททางสังคมของคนไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเกรงใจยังเป็นอีกสาเหตุหลักที่คนไม่กล้าเข้าไปตักเตือนและเลือกที่จะเดินหนี ปิดจมูก หรือการหลีกเลี่ยงแทนการเข้าไปปะทะโดยตรง
เมื่อพิจารณาปรากฏการณ์ควันบุหรี่มือสองในพื้นที่สาธารณะผ่าน Body Politics จะเห็นได้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ หรือความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการทำให้การจัดการความเสี่ยงถูกผลักจากรัฐลงมาสู่ร่างกายของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่ได้รับควันโดยไม่สมัครใจจึงถูกทำให้ต้องเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยง ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่ยังสามารถครอบครองพื้นที่สะอาดได้ต่อไป ในแง่นี้กฎหมายจึงทำหน้าที่เชิงสัญลักษณ์มากกว่าการคุ้มครองร่างกาย ในขณะที่บรรทัดฐานของสังคมกลับกลายเป็นกลไกควบคุมร่างกายที่มีประสิทธิภาพกว่า การเมืองของร่างกายในการสูบบุหรี่ จึงไม่ใช่แค่สิทธิที่ถูกละเมิด แต่เป็นกระบวนที่ทำให้ร่างกายของผู้ไม่สูบบุหรี่ต้องยอมรับความเสี่ยงในพื้นที่ที่ควรเป็นของทุกคน
สรุป
การที่ยังมีผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในพื้นที่สาธารณะโดยไม่สมัครใจอยู่ ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ทั่วถึงและไม่สามารถที่จะควบคุมการกระทำของผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่ว่า “ห้ามผู้ใดสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่” โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะได้อย่างสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะบรรทัดฐานของสังคมไทยที่มักจะเอื้อให้กับผู้ที่สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ กล่าวคือ สังคมไทยเป็นสังคมที่สอนให้มีความเกรงใจ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ทำให้คนไทยเลือกที่จะจัดการปัญหาที่ตนเองโดยการปิดจมูก เดินหนี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แทนที่จะเข้าไปตักเตือน บอกกล่าวให้ผู้กระทำผิดรู้ตัว ในมุมมอง Body Politics จึงเห็นได้ว่า แม้รัฐอาจมีการประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองสุขภาพของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ ร่างกายของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ยังคงถูกทำให้ “เสี่ยง” และต้องรับภาระในการหลีกเลี่ยงหรือปกป้องตนเองอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าร่างกายไม่เคยเป็นเรื่องส่วนตัว และ “พื้นที่สาธารณะ” ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน แต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการต่อรองอำนาจผ่านร่างกาย โดยเฉพาะควันบุหรี่ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้ร่างกายของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่กลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีสิทธิเลือก และถูกทำให้ “ไร้อำนาจ” ในพื้นที่ที่ควรเป็นของทุกคน
บรรณานุกรม
กิดานัล กังแฮ. (2567). ‘พื้นที่ห้ามสูบ’ ร่วมทวงสิทธิ์ที่คุณพึงได้ https://www.thaihealth.or.th/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%9A-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E 0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A7/
กรมควบคุมโรค (ม.ป.ป). ไขข้อข้องใจ จัดเขตปลอดบุหรี่ เขตสูบบุหรี่อย่างไรให้ถูกกฎหมาย. https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/932420191120044709.pdf
จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ, รุ่งนภา แย้มกลีบ, และบุญชณัฏฐา พงษ์ปรีชา. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการได้รับควันบุหรี่มือสองของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 13(2), 89-101. https://journal.lib.buu.ac.th/index.php/health/article/view/5778
จุฑามณี สารเสวก. (2564). การเมืองเรื่องร่างกายว่าด้วย “นโยบายผ้าอนามัย”. https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/263
นัฐวุฒิ สิงห์กุล. (2561). ข้อถกเถียงว่าด้วยแนวคิดเกี่ยวกับร่างกาย : ร่างกายสองส่วน(Two Bodies) กับร่างกายสามส่วน (Three Bodies). http://nattawutsingh.blogspot.com/2018/02/two-bodiesthree-bodies.html
บุญเลี้ยง สุพิมพ์, ภาสิต สิริเทศ, และสิทธิศักดิ์ ติคำ. (2565). บุหรี่มือสอง: ผลกระทบต่อสุขภาพและมาตรฐานการควบคุม. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 8(1), 95-112. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/254487/172804
ปิยะวรรณ กุวลัยรัตน์, ระรินทร์ ษรเกตุ, วิน วินิจวัจนะ, และสุณี เลิศสินอุดม. (2563). การรับรู้และทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการสูบบุหรี่และการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในชุมชนของตำบลปากน้ำชุมพร.https://compharmfund.or.th/site/assets/files/research/20211106011015_RSF.pdf
พระราชบัญญัติ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560. (5 เมษายน 2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 39 ก หน้า 27-47. https://mahidol.ac.th/temp/2022/04/smoke1.pdf
พระสิทธิพร นรตฺตโม, และวิโรจน์ วิชัย. (ม.ป.ป). การศึกษาเปรียบเทียบมโนทัศน์เรื่องร่างกายในปรัชญาของมิเชล ฟูโกต์กับพุทธปรัชาญาเถรวาท. https://www.firstojs.com/index.php/JDW/article/download/352/189/
พิเศษอดิศักดิ์ ทองบุญ (2560). วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยด้วยการสมานฉันท์แนวพุทธ. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 1(2), 24-34. chrome://downloads/suchaya09,+Journal+editor,+03.+%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2+(24-34).pdf
เภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่. (ม.ป.ป). โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่. http://quitsmoking.pharmacy.psu.ac.th/index.php/quit-attempts/precontemplation/89-precontemplation/123-smoking-diseases
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์. (2562). ควันบุหรี่มือสอง อันตรายกว่าที่คิด. https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2019/smoking-danger
สถาบันนิติธรรมาลัย. (2569). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. https://www.drthawip.com/constitution/006
สุภาภรณ์ ด้วงแพง, และเขมารดี มาสิงบุญ. (2552). ประสบการณ์ชีวิตของวัยรุ่นไทยที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่. https://buuir.buu.ac.th/bitstream/1234567890/765/1/2567_042.pdf
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ. 2567. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/ 20250401100215_151 69.pdf
สมบัติ ทานะสุข, และจริยาวัตร คมพยัคฆ์, และชฎาภา ประเสริฐทรง. (2563). ควันบุหรี่มือสองกับพฤติกรรมการป้องกันควันบุหรี่มือสองของผู้หญิงที่มีสามีสูบบุหรี่. วารสารเกษมบัณฑิต, 21(2), 30-39. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jkbu/article/view/241302/168230
ศุภชัย ชัยจันทร์, และณรงพน ไล่ประกอบทรัพย์. (2559). แนวคิดสาธารณะของพื้นที่สาธารณะในเมือง. วารสารวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 15(2), 71-83. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/82745/65749
อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้. (2562). อะไรคือ ‘พื้นที่สาธาณะ’ กันแน่. https://theurbanis.com/public-realm/06/12/2019/204
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2555). อำนาจกับร่างกาย. ใน อานันท์ กาญจนพันธุ์ (บ.ก.), คิดอย่างมิเชล ฟูโกต์ คิดอย่างวิพากษ์ : จากวาทกรรมของอัตบุคคล ถึงจุดเปลี่ยนของอัตตา (พิมพ์ครั้งที่ 2, น. 130-133). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เอกวสา สุขส่ง. (2565). “พื้นที่สาธารณะ” ความสุขที่ยังหาไม่เจอของคน กทม. https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2376056#
เอมอร พุฒิพิสิฐเชฐ. (2542). การรับรู้และพฤติกรรมของคนไทยต่อการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ. https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/1208/hs0641.PDF?sequence=2&isAllowed=y
The Coverage. (2567). รู้หรือไม่!? สถานที่เหล่านี้ก็ ‘ห้ามสูบบุหรี่’ ตามกฎหมาย https://www.thecoverage.info/news/content/6728
Thai PBS. (2567, พฤษภาคม) พบมีการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ แม้มีกฎหมายเอาผิด [Video]. YouTube. https://youtu.be/5e3hyWGoJHE?si=lpYmz77txJPb4k1D
ผู้เขียน
ลัทธพรรณ ประโยชนานนท์
นักศึกษาฝึกประสบการณ์
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ป้ายกำกับ ควัน การเมือง ร่างกาย พื้นที่สาธารณะ Non-Smokers Body Politics Secondhand Smoke Public Space ลัทธพรรณ ประโยชนานนท์