ขอเชิญองค์กรพัฒนาเอกชนเสนอรายชื่อบุคคล เพื่อสรรหาเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม
เรื่อง การเสนอรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
------------------------------------------------------------------------------
ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ มาตรา ๑๓ (๙) กำหนดให้มีกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน จำนวน ๓ คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยการสรรหาจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์ไม่เป็นการแสวงหากำไร ซึ่งดำเนินกิจกรรมด้านกลุ่มชาติพันธุ์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี และกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการ ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงออกประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง การเสนอรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยมีหลักเกณฑ์การสมัคร ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี
(๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ ๒ องค์กรพัฒนาเอกชนที่มีสิทธิเสนอชื่อและคัดเลือกผู้แทน ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) เป็นองค์กรนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
(๒) มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานที่มิใช่แสวงหากำไร
(๓) ดำเนินกิจกรรมด้านกลุ่มชาติพันธุ์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(๔) มีที่ตั้งสำนักงานและรายชื่อคณะกรรมการที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
ข้อ ๓ เอกสารประกอบการสมัคร
(๑) แบบคำขอขึ้นทะเบียนและเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการสรรหาเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ๒๕๖๘
(๒) แบบประวัติและผลงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และแบบสรุปผลงานขององค์กรพัฒนาเอกชน
(๓) สำเนาข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ขององค์กร
(๔) หลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือรายงานผลการดำเนินงานย้อนหลัง
(๕) หนังสือยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
(๖) รูปถ่ายหน้าตรงผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ขนาด ๑ - ๒ นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน นับถึงวันสมัคร จำนวน ๒ รูป (รูปหนึ่งให้ติดในช่องที่กำหนดไว้ในใบสมัคร และอีกรูปหนึ่งเขียนชื่อและนามสกุลไว้ด้านหลังรูปแนบมาพร้อมใบสมัคร)
(๗) สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ ซึ่งแสดงหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก พร้อมลงนามรับรองสำเนาเอกสาร
(๘) สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงนามรับรองสำเนาเอกสาร
(๙) สำเนาหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา พร้อมลงนามรับรองสำเนาเอกสาร
(๑๐) เอกสารสำคัญอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ, ชื่อสกุล
ข้อ ๔ ระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนและเสนอรายชื่อ
องค์กรพัฒนาเอกชนสามารถขึ้นทะเบียนและยื่นความจำนงเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๒ องค์กรละไม่เกิน ๒ คน พร้อมทั้งประวัติและความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อต่อสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยรายชื่อที่เสนอต้องเป็นผู้ปฏิบัติงาน กรรมการ หรือสมาชิกขององค์กรพัฒนาเอกชนที่เสนอ โดยสามารถส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาได้โดยเลือกช่องทางใดช่องทางหนึ่งจาก ๓ ช่องทางนี้
(๑) ขึ้นทะเบียนและเสนอรายชื่อ โดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กองส่งเสริมภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม ชั้น ๔ เลขที่ ๑๐ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๓๐ ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑๕ ถึงวันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ในวันและเวลาราชการ
(๒) ขึ้นทะเบียนและเสนอรายชื่อ ทางไปรษณีย์ โดยจ่าหน้าซองถึง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กองส่งเสริมภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม ชั้น ๔ เลขที่ ๑๐ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๓๐ ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑๕ ถึงวันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ในวันและเวลาราชการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จะถือเอาวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ
(๓) ขึ้นทะเบียนและเสนอรายชื่อ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ethnic.crid@gmail.com ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑๕ ถึงวันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ในวันและเวลาราชการ
ข้อ ๕ เกณฑ์การพิจารณาและการประกาศผล
(๑) ผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อโดยองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงวัฒนธรรมแล้วเท่านั้น
(๒) กระทรวงวัฒนธรรมจะพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลของผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน โดยพิจารณาจากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ และเสนอรายชื่อพร้อมทั้งประวัติของบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการจำนวนสองเท่าของกรรมการที่จะแต่งตั้งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อคัดเลือกให้เหลือไม่เกินจำนวนกรรมการที่แต่งตั้ง
(๓) สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจะประกาศรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ทางเว็บไซต์ https://surveillance.m-culture.go.th และ Facebook กองส่งเสริมภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม
ข้อ ๖ การสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กองส่งเสริมภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม โทรศัพท์ ๐ ๒๒๐๙ ๓๕๔๘ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ethnic.crid@gmail.com
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙