ท้องพระโรง วังท่าพระ


ท้องพระโรง วังท่าพระ

ชื่อเรียกอื่น หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
ชื่อหลัก มหาวิทยาลัยศิลปากร
ชื่ออื่น วังหน้าพระลานวังตะวันตก, วังท่าพระ, วังท่าช้าง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร
ประเภทงานศิลปะ สถาปัตยกรรม
คำสำคัญ ท้องพระโรง, วังท่าพระ, วังหน้าพระลานวังตะวันตก, วังท่าช้าง, สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

ที่ตั้ง

ที่อยู่
ตำบล พระบรมมหาราชวัง
อำเภอ เขตพระนคร
จังหวัด กรุงเทพมหานคร
ภาค ภาคกลาง
พิกัดภูมิศาสตร์
Decimal degree
Lat : 13.752841
Long : 100.490011
พิกัดภูมิศาสตร์
DMS
Lat :
Long :
พิกัดภูมิศาสตร์
UTM
Zone : 47 P
Hemisphere : N
E : 661094.13
N : 1520890.09
ตำแหน่งงานศิลปะ ภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร

ประวัติ

ผู้สร้าง
ประวัติการสร้าง

ท้องพระโรงแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในวังท่าพระ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประทับของเจ้านายอีกหลายพระองค์ จนเมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์เสด็จมาประทับในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการบูรณะปรับปรุงท้องพระโรงโดยยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ปัจจุบันใช้เป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

กระบวนการสร้าง/ผลิต

ก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์

ประวัติการอนุรักษ์

ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 66 ตอนที่ 64 วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492

ข้อมูลงานศิลปกรรม

ขนาด 5 ห้อง
ลักษณะทางศิลปกรรม

ท้องพระโรงเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันด้านแป หรือด้านยาวออกหน้าวัง หลังคงทรงไทยชั้นเดียวมุงกระเบื้องไม่มีมุขลด เครื่องลำยองประกอบด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ไม่มีนาคสะดุ้งหน้าบันแบบฝาปะกน มีบันไดใหญ่ทางด้านหน้า ลูกกรงกำแพงแก้วเป็นเหล็กหล่อลวดลายแบบสมัยวิคตอเรียน พื้นภายในเป็นไม้ มีเสาไม้กลมเซาะร่องมีฐานแบบตะวันตกเรียงรายตลอดความยาวของอาคาร ด้านหลังมีโถงทางเดินเชื่อมไปยังตำหนักกลาง

สกุลช่าง
ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

ท้องพระโรงเป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่สุดของวังท่าพระ ซึ่งเป็นวังที่อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ท้องพระโรงนี้เป็นสถานที่เสด็จออกทรงงานของพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อครั้งที่ทรงครองวังท่าพระ ก่อนที่จะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รูปแบบอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณีที่แสดงฐานานุศักดิ์ของอาคารในวัง เช่น การประดับช่อฟ้า ใบระกาและหางหงส์ แต่มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงฐานานุศักดิ์ที่รองลงมาจากอาคารในพระบรมมหาราชวัง ดังจะเห็นได้จากการประดับกระเบื้องมุงหลังคาเพียงชั้นเดียวและสีเดียว ไม่ประดับนาคสะดุ้ง

ข้อสังเกตอื่นๆ

1. การที่ท้องพระโรงไม่ปรากฏมุขลดแสดงว่าเป็นท้องพระโรงที่สร้างให้กับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า

2. ในบรรดาหมู่อาคารที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มีเพียงท้องพระโรงเท่านั้นที่ยังคงปรากฏหลักฐานมาจนถึงทุกวันนี้

ศาสนา/ความเชื่อที่เกี่ยวข้อง สถาปัตยกรรมในราชสำนัก
ตำนานที่เกี่ยวข้อง

ภายในท้องพระโรงมีเสาตกน้ำมันอยู่ต้นหนึ่ง ปิดทองคำเปลวไว้ประปราย เล่ากันว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับอยู่ที่นี่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่ท้องพระโรงกั้นฝาเฟี้ยมไว้ตามแนวเสาด้านหน้าตลอด แยกในประธานเป็นเขตชั้นใน ด้านหน้าตั้งพระแท่นติดกับเสาต้นที่ 2 จากตะวันออก ใช้สำหรับประทับบ้าง บรรทมบ้าง เอกเขนกบัญชาราชการอยู่บนพระแท่นเป็นประจำ เมื่อทราบประวัติของเสาก็เกิดความเกรงกลัว ยิ่งเห็นเสาตกมันก็ยิ่งตื่นเต้นเล่าลือกันยิ่งขึ้น ทำให้มีคนแอบมาบนบานและเมื่อสำเร็จสมปรารถนาแล้วก็ขออนุญาตถวายพวงมาลัยบูชาอยู่เนืองๆ

งานศิลปะที่เกี่ยวข้อง

พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน ท้องพระโรงของพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงฐานานุศักดิ์เช่นเดียวกัน กล่าวคือ ไม่ประดับนาคสะดุ้ง หลังคาชั้นเดียวมุงกระเบื้องเคลือบสีเพียงสีเดียว แต่พระที่นั่งศิวโมกข์พิมานเป็นท้องพระโรงวังหน้าจึงมีขนาดใหญ่กว่าท้องพระโรงวังท่าพระ

วันที่จัดทำข้อมูล 2026-02-17
ผู้จัดทำข้อมูล พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์, ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ยุค

ยุค ประวัติศาสตร์
สมัย/วัฒนธรรม รัตนโกสินทร์, รัตนโกสินทร์ตอนต้น
อายุ ต้นพุทธศตวรรษที่ 25

บรรณานุกรม

บรรณานุกรม

กองโบราณคดี กรมศิลปากร. ทะเบียนโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2535.

นิทรรศการ “วังท่าพระ : ศูนย์กลางชองช่างสิปป์หมู่ 200 ปี” กรุงเทพฯ: ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553.

สมบัติ พลายน้อย. วังเจ้านาย. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2539.

ดวงจิตต์ จิตรพงศ์, ม.จ. ป้าป้อนหลาน. กรุงเทพฯ: วัฒนชัย, 2531.